ทัวร์จีน บินตรงชิงเต่า มนต์รักริมทะเล เสน่ห์ซานตง ชิงเต่า เยียนไถ เผิงไหล เว่ยไห่

ทัวร์จีน บินตรงชิงเต่า มนต์รักริมทะเล เสน่ห์ซานตง ชิงเต่า เยียนไถ เผิงไหล เว่ยไห่ - บริษัท ช่อผกาทัวร์ จำกัด
รหัสทัวร์
006-33355
วันที่เดินทาง
พ.ค.69 - พ.ค.69
ช่วงเวลา
6 วัน 5 คืน
เดินทางโดย
QINGDAO AIRLINES (QW)

ไฮไลท์ทริป ห้ามพลาด

  • เสน่ห์ “ซานตง”…ดินแดนที่สายลมทะเลกระซิบคำรัก
  • “ชิงเต่า” เมืองชายฝั่งสุดโรแมนติกแห่งทะเลเหลือง
  • ตามรอยไวน์แดงจางยู่...รสละเมียดละไมดั่งความทรงจำของฤดูใบไม้ร่วง
  • “เผิงไหล” เมืองแห่งตำนานอมตะ วิวทะเลหอคอยสูงกลางสายหมอก
  • “เยียนไถ” เมืองริมทะเลสีทอง จุดที่ฟ้ากับน้ำหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
  • ปิดท้าย “ชิงเต่า” เมืองเบียร์ระดับโลก ที่ทุกตรอกซอกซอยยังหอมกลิ่นทะเลและความสุข

แผนการเดินทาง

14.30 น.

พร้อมกันที่ ท่าอากาศสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกตรวจเช็คสัมภาระและเอกสารการเดินทางให้กับทุกท่าน เช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ชิงเต่า แอร์ไลน์ (QW) รวมน้ำหนักกระเป๋าสำหรับโหลดใต้เครื่อง 20 กิโลกรัม โดยจำที่ท่านละ 1 ใบ

18.25 น.

ออกเดินทางจาก สนามบินสุวรรณภูมิ สู่ สนามบินชิงเต่า มณฑลซานตง โดย สายการบิน ชิงเต่า แอร์ไลน์ (QW) เที่ยวบินที่ QW9898

23.40 น.

เดินทางถึง สนามบินชิงเต่าเจียวตงมณฑลซานตง ที่ซึ่งลมหายใจแห่งยุโรปและจิตวิญญาณจีนบรรจบกันริมฝั่งทะเลเหลือง ในมณฑลซานตงอันกว้างใหญ่ มีนครแห่งหนึ่งที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ทวีปยุโรปแห่งทิศบูรพา” เมืองนั้นคือ “ชิงเต่า” ที่นี่ไม่ใช่แค่เมืองท่าที่สำคัญ แต่เป็นผืนผ้าใบที่มีชีวิตซึ่งวาดแต่งด้วยสีสันของประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง วัฒนธรรมที่ผสมผสาน และทิวทัศน์ชายทะเลที่งดงามจับใจ

เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของชิงเต่าถือกำเนิดจากหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ชิงเต่าซึ่งเดิมเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ได้กลายเป็นเขตเช่าของเยอรมนี แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียง 16 ปี แต่ชาวเยอรมันได้วางรากฐานเมืองสมัยใหม่ไว้อย่างมั่นคง ทั้งระบบสาธารณูปโภค ถนนหนทางที่กว้างขวาง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปที่ยังคงงดงามมาจนถึงทุกวันนี้

หลังจากนำท่านผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าแล้ว นำท่านเข้าสู่ที่พัก

ที่พัก

HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO CHENGYANG หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 1)

นำท่านออกเดินทางสู่ สุดขอบตะวันออกของคาบสมุทรซานตง ที่ซึ่งทะเลป๋อไห่และทะเลเหลืองมาบรรจบกัน มีดินแดนแห่งหนึ่งที่ลมหายใจของมันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเทพนิยายและประวัติศาสตร์อันยาวนาน สู่ เมืองเผิงไหล (ระยะทาง 253 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองที่สง่างามด้วยเรื่องราวที่ซ้อนทับกันมาร่วมพันปี ที่นี่คือ “แดนสุขาวดีบนโลกมนุษย์” สถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็นที่พำนักของเหล่าเซียนผู้อมตะ จิตวิญญาณของเผิงไหลผูกพันอย่างแนบแน่นกับตำนาน “แปดเซียนข้ามทะเล” เรื่องเล่าขานถึงเหล่าเซียนแปดองค์ที่เมามายจากการร่ำสุรา ณ ศาลาเผิงไหล ก่อนจะแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยสมบัติวิเศษประจำกายเพื่อเดินทางข้ามมหาสมุทร เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงนิทานพื้นบ้าน แต่ได้หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนจีนที่ว่า “แปดเซียนข้ามทะเล ต่างแสดงฤทธาของตน” ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดที่ว่าทุกคนต่างมีหนทางและความสามารถเฉพาะตัวในการเอาชนะอุปสรรค

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 2)

บ่าย

นำท่านก้าวเข้าสู่ “แดนสวรรค์บนโลกมนุษย์” ที่ ศาลาเผิงไหล สถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและตำนานโบราณของจีน ที่นี่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่หนึ่งในสี่หอคอยที่มีชื่อเสียงที่สุดของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดกำเนิดของตำนาน “แปดเซียนข้ามทะเล” อันเลื่องชื่ออีกด้วย ศาลาโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาตันหยา มองออกไปเห็นผืนน้ำที่ซึ่งทะเลเหลืองและทะเลโป๋ไห่มาบรรจบกัน บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยมนต์ขลังราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในภาพวาดพู่กันจีนโบราณ หากโชคดี อาจได้เห็นปรากฏการณ์ “ภาพลวงตา” หรือ “มิราจ” เหนือผืนน้ำ ซึ่งยิ่งเสริมให้สถานที่แห่งนี้สมกับเป็นดินแดนแห่งเทียนเซียนยิ่งขึ้น

นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองเยียนไถ (ระยะทาง 94 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง) ที่ซึ่งสายลมแห่งตำนานและกลิ่นอายไวน์บรรจบกับคลื่นทะเล ณ ปลายสุดของคาบสมุทรซานตง ที่ซึ่งทะเลป๋อไห่และทะเลเหลืองมาบรรจบกัน เมืองที่ไม่เพียงแต่มีชายหาดสีทองทอดยาวสุดสายตา แต่ยังเป็นดินแดนที่ทุกอณูของอากาศอบอวลไปด้วยเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ ตำนานลี้ลับ และกลิ่นหอมจรุงของไวน์ชั้นเลิศ

ชื่อของเมือง “เยียนไถ” แปลตรงตัวว่า “หอควัน” ซึ่งมีที่มาจากหอสังเกตการณ์ที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิง เพื่อจุดไฟให้สัญญาณควันเตือนภัยจากโจรสลัดในทะเล ทุกวันนี้ แม้ควันไฟจะจางหายไปแล้ว แต่จิตวิญญาณแห่งการปกป้องและสายใยที่ผูกพันกับท้องทะเลยังคงฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของชาวเมือง สู่ เมืองที่สง่างามด้วยเรื่องราวที่ซ้อนทับกันมาร่วมพันปี

นำท่านจิบไวน์ในปราสาทสไตล์ยุโรป หลีกหนีความวุ่นวายและก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ราวกับหลุดมาจากเทพนิยายยุโรป ณ ไร่ไวน์ ชาโตว์ ณ คฤหาสน์ จางยู่ ปราสาทไวน์อันโอ่อ่าที่ตั้งตระหง่านกลางไร่องุ่นสุดลูกหูลูกตาในเมืองเยียนไถ มณฑลซานตง ที่นี่คือการบรรจบกันอย่างลงตัวของมรดกการผลิตไวน์กว่าร้อยปีของจีนและความเชี่ยวชาญจากฝรั่งเศส ทำให้เกิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เพียงสวยงามน่าถ่ายรูป แต่ยังเป็นสวรรค์ของคนรักไวน์ นำท่านเดินชมสถาปัตยกรรมคลาสสิก เยี่ยมชมห้องเก็บไวน์ใต้ดินอันลึกลับ และปิดท้ายด้วยการชิมไวน์รสเลิศที่ผลิตจากองุ่นในไร่แห่งนี้ เสริมแต่งประสบการณ์ที่จะทำให้การเดินทางของคุณพิเศษยิ่งขึ้น ปิดท้ายประสบการณ์อันสุดแสนคลาสสิกนี้... ด้วยการ ลิ้มรสไวน์แดง (ท่านละ 1 แก้ว) ที่มีชื่อเสียงของที่นี่ สำหรับท่านผู้เดินทางที่ อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ท่านที่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดทางศาสนา หรือเหตุผลส่วนตัวอื่นใด จะเป็นการจัดเตรียมน้ำองุ่น รสชาติเยี่ยมไว้บริการทดแทน

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 3)

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

ที่พัก

ALOFT HOTEL YANTAI หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเว่ยไห่ (ระยะทาง 84 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง) เสียงกระซิบจากท้องทะเลและเรื่องราวแห่งกาลเวลา ที่ซึ่งแผ่นดินจีนบรรจบกับทะเลเหลืองอย่างสงบงาม เมืองที่ไม่เพียงแค่มีชายหาดทอดยาวและอากาศบริสุทธิ์ ด้วยตำแหน่งที่ตั้งซึ่งเป็นเมืองของจีนที่อยู่ใกล้กับคาบสมุทรเกาหลีมากที่สุด ทำให้เว่ยไห่กลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมกับเกาหลีใต้มาอย่างยาวนาน อิทธิพลนี้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในชีวิตประจำวันของผู้คน ตั้งแต่ร้านค้า ป้ายบอกทาง ไปจนถึงร้านอาหารเกาหลีรสชาติต้นตำรับที่หารับประทานได้ง่ายดาย

นำท่านเช็คอิน ถนนคบเพลิงสายที่แปด มุมลับสุดปังที่ใครๆ ก็ต้องเช็คอิน ถนนเส้นเล็กๆ ที่ทอดยาวลงไปจนสุดสายตา บรรจบกับเส้นขอบฟ้าและผืนน้ำทะเลสีครามสดใส จุดเช็คอินที่โด่งดังที่สุดในโลกโซเชียลของเมืองเว่ยไห่ มณฑลซานตง จนได้รับฉายาว่าเป็น “คามาคุระแห่งเมืองจีน” ด้วยบรรยากาศที่ราวกับหลุดออกมาจากฉากในการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่น ที่นี่ไม่ใช่มีแค่เพียงแต่ถนน แต่เป็นเฟรมภาพที่มีชีวิต ที่ซึ่งความเรียบง่ายของบ้านเรือนสองข้างทางตัดกับความยิ่งใหญ่ของท้องทะเลได้อย่างลงตัว ทำให้ทุกย่างก้าวและทุกการกดชัตเตอร์ของคุณกลายเป็นภาพถ่ายที่น่าจดจำ เตรียมกล้องของคุณให้พร้อม แล้วไปเก็บภาพสวยๆ ที่มุมมหาชนแห่งนี้กันได้เลย บริเวณใกล้เคียงยังมีคาเฟ่และร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่หลายแห่ง ที่ให้บริการทั้งเครื่องดื่มและของว่างทั้งราคายังย่อมเยาอีกด้วย

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 5)

บ่าย

ไปกันต่อที่ ประตูแห่งโชคลาภ สัญลักษณ์แห่งเวยไห่ ประตูสู่ความปรารถนา ณ ริมชายฝั่งทะเลเหลืองที่งดงามของเมืองเวยไห่ ที่ตั้งของสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นตั้งตระหง่านอยู่ นั่นคือ “ประตูแห่งความสุข” หรือ “ประตูแห่งโชคลาภ” แลนด์มาร์คที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง ความเจริญรุ่งเรือง และความสุขของชาวเมืองเว่ยไห่ ประตูแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการเปิดท่าเรือเวยไห่ และได้รับการขนานนามว่าเป็น “ประตูแห่งเวยไห่” ที่คอยต้อนรับนักเดินทางทุกคน โครงสร้างที่สูงตระหง่านนี้เปรียบเสมือนกรอบรูปขนาดมหึมาที่โอบล้อมทิวทัศน์ของท้องทะเลและเกาะหลิวกง ที่อยู่เบื้องหน้า สร้างเป็นภาพที่งดงามน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน แสงสีทองจะสาดส่องผ่านช่องประตู ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายภาพที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือนเพื่อเก็บภาพความทรงจำและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล

เปิดประสบการณ์ นั่งรถชมวิวเวยไห่แบบพาโนรามาบนรถบัสสุดชิค สัมผัสเสน่ห์ของเวยไห่ เมืองชายทะเลที่งดงามราวกับภาพวาดได้อย่างเต็มตาและน่าประทับใจที่สุดกับ “รถบัสชมวิวแบบพาโนรามา” ที่จะพาคุณลัดเลาะไปตามเส้นทางเลียบชายฝั่งที่สวยที่สุด เผยให้เห็นทัศนียภาพของภูเขาที่โอบล้อมทะเลสีคราม ชายหาดสีทอง และแลนด์มาร์คสำคัญต่างๆ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว รถมินิบัสสีสันสดใส ทุกคันถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำ พร้อมบริการไกด์บรรยายเรื่องราวที่น่าสนใจตลอดเส้นทาง ให้คุณได้ซึมซับความงามและวัฒนธรรมของเวยไห่ได้อย่างลึกซึ้งและสะดวกสบายที่สุด จากนั้นนำท่านเดินทางกลับ เมืองเยียนไถ (ระยะทาง 84 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง)

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 6) หม้อไฟวิวทะเล อาหารทะเลสดๆ และเนื้อนุ่มๆ จุ่มลงในน้ำซุปเดือดพล่าน จิ้มกับน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่คุณสามารถปรุงเองได้ตามใจชอบจากเครื่องปรุงหลากหลาย

นำท่านตะลุย ตลาดกลางคืนเยียนไถ: สวรรค์ของนักชิมและแหล่งรวมความคึกคักยามราตรี แสงไฟนีออนและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหาร สัมผัสวัฒนธรรมอาหารริมทางและบรรยากาศอันแสนคึกคัก ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิม สายช้อป หรือแค่อยากมาเดินเล่นซึมซับบรรยากาศ ตลาดกลางคืนในเยียนไถก็พร้อมต้อนรับและมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้คุณเสมอ

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

ที่พัก

ALOFT HOTEL YANTAI หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 7)

นำท่านเดินทางสู่ ถนนเฉาหยาง เช็คอินสุดฮิตที่ห้ามพลาดในเมืองเยียนไถ เมื่อก้าวเข้าสู่ถนนเฉาหยาง แล้วท่านจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในอดีต แต่ยังคงความทันสมัยไว้อย่างลงตัว ที่นี่คือ “จุดเช็คอินยอดนิยม” ที่เหล่าสายโซเชียลต้องมาเยือนเมื่อมาถึงเมืองเยียนไถ ถนนสายประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยอาคารสไตล์ยุโรปแห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงความสวยงามของสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาจากร้านค้าเก๋ๆ คาเฟ่บรรยากาศดี และร้านอาหารมากมายที่รอให้คุณไปค้นหา เตรียมกล้องของคุณให้พร้อม เพราะทุกมุมของถนนเฉาหยางคือสตูดิโอถ่ายภาพชั้นเยี่ยมที่จะทำให้ฟีดของคุณโดดเด่นกว่าใคร

เช็คอิน ประติมากรรมวาฬเกยตื้นผู้โดดเดี่ยว ณ ชายฝั่งเมืองเยียนไถ จุดเช็คอินยอดนิยมบนโลกโซเชียลที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ใต้เกลียวคลื่น ประติมากรรมวาฬที่โผล่พ้นผืนทรายขึ้นมาเพียงครึ่งตัวนี้ กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการรอคอยและความหวัง เชื้อเชิญให้ทุกคนมาสัมผัสความงามอันเงียบสงบและถ่ายทอดเรื่องราวในมุมมองของตนเอง

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 8)

บ่าย

นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองชิงเต่า (ระยะทาง 226 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5 ชั่วโมง)

เดินทางสู่ ซาจื่อโข่ว สัมผัสเสน่ห์หมู่บ้านชาวประมงแห่งชิงเต่า หลีกหนีความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มาสัมผัสชีวิตชาวประมง ที่ “ซาจื่อโข่ว” หมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบที่ตั้งอยู่ ณ เขตเหลาซาน เมืองชิงเต่า ที่นี่คือภาพสะท้อนของวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ผสานกับทิวทัศน์ชายทะเลอันงดงาม กลิ่นอายของทะเลที่สดชื่น เสียงเรือประมงที่เข้าเทียบท่า และภาพบ้านเรือนหลากสีสันที่ตั้งเรียงรายตามแนวชายฝั่ง ทำให้ซาจื่อโข่วกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ ที่นี่ไม่เพียงแต่เป็นสวรรค์ของคนรักอาหารทะเลสดใหม่ แต่ยังเป็นจุดถ่ายภาพที่สวยงามราวกับเมืองชายฝั่งในอิตาลีอีกด้วย

นำท่านเปิดประตูสู่ตำนานเบียร์ร้อยปีที่ พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ก้าวเข้าสู่โลกแห่งฟองเบียร์และประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตชีวาที่พิพิธภัณฑ์เบียร์ชิงเต่า ถือเป็นจุดกำเนิดของเบียร์ที่โด่งดังที่สุดของจีน ที่ซึ่งได้รับมรดกทางวัฒนธรรมจากเยอรมันเมื่อปี 1903 ได้ผสมผสานกับวัฒนธรรมจีนอย่างลงตัว เดินย้อนเวลาไปในอาคารอิฐแดงเก่าแก่สไตล์โกธิค สัมผัสกลิ่นหอมของมอลต์และฮอปส์ที่อบอวลไปทั่ว พร้อมชมเครื่องจักรต้มเบียร์ทองแดงขนาดยักษ์ที่เคยใช้งานจริง และปิดท้ายทริปด้วยการชิมเบียร์สดๆ ที่ส่งตรงจากถังหมัก เป็นประสบการณ์ที่ปลุกทุกประสาทสัมผัสและจะทำให้คุณหลงรักเมืองชิงเต่ามากยิ่งขึ้น และแน่นอน... ไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอยคือการ ลิ้มรสเบียร์ชิงเต่าสด (ท่านละ 1 แก้ว) รสชาติต้นตำรับที่ส่งตรงจากถังบ่ม สำหรับท่านผู้เดินทางที่ อายุต่ำกว่า 18 ปี หรือ ท่านที่ไม่สามารถดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เนื่องด้วยข้อจำกัดทางศาสนา จะมีเครื่องดื่มอัดลมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ให้บริการแทน

นำท่านเดินทางสู่ ถนนคนเดินไถตง หัวใจแห่งการช้อปปิ้งและสีสันยามค่ำคืนของชิงเต่า เมื่อแสงตะวันของเมืองชิงเต่าเริ่มจางลง นั่นคือสัญญาณว่าชีวิตชีวาที่แท้จริงของเมืองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ถนนคนเดินไถตง ศูนย์กลางการค้าที่คึกคักและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ตลาดอันเป็นเหมือนเวทีขนาดใหญ่ที่จัดแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เทรนด์แฟชั่นล่าสุด และที่สำคัญที่สุดคือ สวรรค์ของอาหารสตรีทฟู้ดที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนไปทั่วบริเวณ ตามแผนการเดินทางของคุณ นี่คือช่วงเวลาอิสระที่คุณจะได้ปลดปล่อยความเป็นนักช้อปและนักชิมในตัวคุณให้เต็มที่ ท่ามกลางแสงไฟนีออนหลากสีสันและพลังงานที่ไม่เคยหลับใหลของชาวเมืองชิงเต่า

ค่ำ

อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย ณ ถนนไถตง อิสระให้ท่านได้ “ตามล่า” หาของอร่อยด้วยตัวท่านเอง

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

ที่พัก

HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO CHENGYANG หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)

เดินทางสู่ สะพานจ้านเฉียว สัญลักษณ์แห่งชิงเต่าที่ทอดยาวสู่ใจทะเล ทอดสายตาไปกับสะพานที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันโดดเด่นที่สุดของเมืองชิงเต่า “สะพานจ้านเฉียว” ทางเดินยาว 440 เมตรที่ยื่นตัวออกไปในอ่าวชิงเต่าอย่างสง่างาม สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1891 ปลายสุดของสะพานเป็นที่ตั้งของ “ศาลาหุยหลาน” ศาลาทรงแปดเหลี่ยมสองชั้นสไตล์จีนคลาสสิก ซึ่งภาพปรากฏอยู่บนฉลากเบียร์ชิงเต่าที่โด่งดังไปทั่วโลก ณ ที่แห่งนี้ คุณจะได้สัมผัสกับลมทะเลเย็นสบาย ฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง และชมภาพฝูงนกนางนวลที่โบยบินอย่างอิสระ เป็นภาพจำอันงดงามที่นักเดินทางทุกคนต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

นำท่าน เช็คอินย่านเมืองเก่าเยอรมัน เริ่มต้นที่ ตรอกกว่างซิงหลี่ ย้อนเวลากลับไปในชิงเต่าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่นี่คือย่านเก่าแก่ที่ถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าฮิปสเตอร์และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร ตรอกซอกซอยที่เรียงรายไปด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบ “หลี่-ย่วน” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างบ้านสี่ล้อมแบบจีนกับอาคารสไตล์ตะวันตก ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920-1930 ปัจจุบันได้กลายมาเป็นที่ตั้งของคาเฟ่สุดเก๋ ร้านค้าดีไซน์ และแกลเลอรีศิลปะขนาดย่อม ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่ใครมาเยือนชิงเต่าก็ต้องแวะมาเช็คอิน

กลางวัน

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 10)

บ่าย

ไม่ไกลจากตรอกกว่างซิ่ง จะเป็นที่ตั้งของ ถนนจงซาน ย้อนเวลาสู่หัวใจแห่งชิงเต่า กลิ่นอายยุโรปบนถนนสายประวัติศาสตร์ ถนนสายที่เป็นดั่งพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตซึ่งบันทึกเรื่องราวกว่าศตวรรษของเมืองชิงเต่า ในฐานะ “จุดเช็คอินยอดฮิต” ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน ถนนสายนี้คือศูนย์กลางการค้าแห่งแรกของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปเก่าแก่ที่ได้รับอิทธิพลจากเยอรมัน การได้เดินทอดน่องไปบนถนนจงซานเปรียบเสมือนการเดินทางย้อนเวลากลับไปในยุคที่วัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกเริ่มหลอมรวมกัน สองข้างทางเรียงรายไปด้วยอาคารโบราณที่ปัจจุบันกลายเป็นร้านค้าทันสมัย ร้านอาหารท้องถิ่น และคาเฟ่สุดชิค ทำให้ที่นี่คือจุดหมายที่ผสมผสานเสน่ห์ของวันวานเข้ากับความมีชีวิตชีวาของยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ไม่ไกลจากถนนจงซาน ยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารเซนต์ไมเคิล หรือที่คนท้องถิ่นรู้จักในชื่อ "โบสถ์คาทอลิกถนนเจ้อเจียง" ตั้งตระหง่านเป็นประจักษ์พยานแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โบสถ์สไตล์เยอรมันแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1934 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิกและโรมาเนสก์ ยอดแหลมคู่สูง 56 เมตรที่มียอดเป็นไม้กางเขนสูง 4.5 เมตร และหลังคากระเบื้องสีแดงสด กลายเป็นภาพจำอันโดดเด่นของเมืองชิงเต่า ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ศรัทธาในศาสนา เป็นผู้ชื่นชอบสถาปัตยกรรม หรือเป็นนักเดินทางที่มองหามุมถ่ายรูปสวยๆ ที่นี่คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด (ราคาทัวร์ไม่รวมค่าเข้าชมภายในโบสถ์)

ไขรหัสประวัติศาสตร์ ก้าวเข้าสู่หน้าประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของเมืองชิงเต่า ณ ที่ทำการตำรวจเยอรมันเก่า อาคารสถาปัตยกรรมยุโรปอันโดดเด่นที่สร้างขึ้นในปี 1904 ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงอาคารเก่าแก่ที่สวยงาม แต่เป็นหน้าต่างที่เปิดให้เราได้เห็นอดีตของเมืองท่าแห่งนี้ในยุคที่เยอรมนีเข้ามาปกครอง ด้วยหอคอยสูงตระหง่านและหลังคากระเบื้องสีแดงสด ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่นักเดินทางผู้หลงใหลในประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมไม่ควรพลาด เดิมทีอาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ทำการตำรวจ (Polizeiamt) ในยุคอาณานิคมของเยอรมนี. และต่อมาได้กลายเป็นที่ทำการของหน่วยงานราชการต่างๆ ตลอดช่วงเวลาที่ผันเปลี่ยน ปัจจุบันอาคารอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์แห่งนี้เป็นที่ตั้งของสำนักงานตำรวจเมืองชิงเต่า และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามของสถาปัตยกรรมภายนอก.

นำท่านเช็คอิน ณ จัตุรัสสี่พฤษภาคมหรือจัตุรัส 54 คือหัวใจและจิตวิญญาณสมัยใหม่ของเมืองชิงเต่า ที่นี่เป็นสัญลักษณ์ที่มีชีวิตชีวาของการเคลื่อนไหวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจีนในช่วงต้นยุคสาธารณรัฐ โดดเด่นด้วยประติมากรรมสีแดงเพลิง "สายลมแห่งเดือนพฤษภา" ที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า สะท้อนถึงพลังของคนหนุ่มสาวและความรักชาติ ที่นี่คือจุดนัดพบที่ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างมารวมตัวกันเพื่อสัมผัสลมทะเล เดินเล่นผ่อนคลาย และดื่มด่ำกับทิวทัศน์ของอ่าวฝูซาน ที่งดงาม โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่จัตุรัสและตึกระฟ้าโดยรอบจะสว่างไสวด้วยการแสดงแสงสีเสียงสุดตระการตา

ค่ำ

รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (มื้อที่ 11) ลิ้มรสปิ้งย่างบาร์บีคิวสไตล์เกาหลี ล้อมวงกับเพื่อนร่วมทาง ย่างเนื้อและวัตถุดิบนานาชนิดบนเตาถ่านร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายไปทั่วบริเวณ หัวใจสำคัญของบาร์บีคิวสไตล์ซานตงอยู่ที่เครื่องเทศสูตรลับ ที่ผสมผสานทั้งยี่หร่า พริกป่น และเครื่องเทศอื่นๆ ที่ให้รสชาติจัดจ้านและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เมื่อย่างจนสุกได้ที่ เนื้อจะมีความกรอบนอกนุ่มใน ชุ่มฉ่ำไปด้วยรสชาติที่เข้มข้น หลายคนนิยมนำเนื้อย่างร้อนๆ มาห่อด้วยผักกาดสดกรอบ ราดด้วยน้ำจิ้มเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความอร่อยครบรส

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

ที่พัก

HOLIDAY INN EXPRESS QINGDAO CHENGYANG หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว (มาตรฐานประเทศจีน)

เช้า

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (มื้อที่ 12)

สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตงเช็คอิน ณ เคาน์เตอร์ สายการบิน ชิงเต่าแอร์ไลน์ พร้อมโหลดสัมภาระ รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 กิโลกรัม/ท่านละ 1 ใบ รับบัตรโดยสารและผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมือง

13.00 น.

ออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานชิงเต่าเจียวตง สู่ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพ โดย สายการบิน ชิงเต่า แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ QW9897

17.10 น.

เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

** เพื่อความถูกต้อง กรุณาตรวจสอบข้อมูลเดินทางและเงื่อนไขการชำระเงินกับทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายทุกครั้ง

พยากรณ์อากาศ

ชิงเต่า WEATHER

อัตราแลกเปลี่ยน

ขอบพระคุณลูกค้า ที่ให้โอกาส บริษัท ช่อผกาทัวร์ จำกัด ได้ดูแลเส้นทาง ทัวร์

ราคาเริ่มต้น
27,888 บาท
รหัส 006-33355 ทัวร์จีน บินตรงชิงเต่า มนต์รักริมทะเล เสน่ห์ซานตง ชิงเต่า เยียนไถ เผิงไหล เว่ยไห่
ระยะเวลา 6 วัน 5 คืน
ราคาเริ่มต้น 27,888 บาท
เดินทางช่วง พ.ค.69 - พ.ค.69
เดินทางโดย QINGDAO AIRLINES (QW)
--------------------------------------
ดูเพิ่มเติม https://www.chorpakatour.com/tour.php?tour_id=19166
--------------------------------------
ชมโปรแกรม PDF https://uptour.net/pdf/878/006-33355.pdf
--------------------------------------
สนใจติดต่อ บริษัท ช่อผกาทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/06428
โทร 086-326-2565 ภาภ้า
โทร 093-024-2466 ต้อม
โทร 092-325-6365 จีจี้
LINE ID @chorpakatour
LINE URL https://line.me/ti/p/~@chorpakatour
อีเมล [email protected]
คัดลอกข้อมูลทัวร์
เพิ่มในรายการโปรด
Share on social networks
Scan QRCode

โปรแกรมแนะนำ

ติดต่อสำนักงาน
บริษัท ช่อผกาทัวร์ จำกัด
เลขที่ใบอนุญาต 11/06428

59/410 หมู่ที่ 6 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12150

จันทร์-ศุกร์ 9.00-18.00
บริการของเรา
บริการจองตั๋วเครื่องบิน
บริการทำ VISA ทุกประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวต่างประเทศ
บริการจัดนำเที่ยวในประเทศ
บริการเช่ารถตู้ รถบัสโดยสาร
บริการจัดอบรมประชุมสัมมนา
บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
Add LINE Friends via QR Code
ติดตามเรา
home
หน้าหลัก
quatation
ขอใบเสนอราคา
chat
ติดต่อเรา
ติดต่อ
chat ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
search ค้นหาโปรแกรมทัวร์
home หน้าหลัก
approval ขอใบเสนอราคา